กำลังโหลด...
ข่าวสารเว็บไซต์
วันที่บันทึก: 21.10.2012 เทศกาลฮาโลวีน 31-10-55 นี้

เทศกาลวันฮาโลวีน

 

    ประวัติความเป็นมาของวันฮาโลวีน

             เป็นวันหยุดประจำปีของวันที่ 31 ตุลาคมทุกๆปี วันฮาโลวีนมีมาจากเทศกาลของเซลตคิ ที่ชื่อว่า Samhain และวันศักดสิทธิ์ของชาวคริสเตียนในการระลึก ถึงนักบุญออนเซ็นต์ ในวันนี้มีการเฉลิมฉลองทางโลก แต่อีกนัยหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับศาสนาด้วย ซึ่งชาวไอริชที่ประสบปัญหาข้าวยากหมากแพงในประเทศของตน ได้อพยพย้ายถิ่นเข้ามาที่ทวีปอเมริกาเหนือช่วงทศวรรษที่ 1840 เป็นผู้นำประเพณีนี้เข้ามาเผยแพร่


            
             สีส้มและดำเป็นสีประจำของวันฮาโลวีน และมีตัวแจ็คโอแลนเทรินเป็นสัญลักษณ์ ส่วนกิจกรรมประจำ
เทศกาลก็จะมีการเล่น ‘ทริค ออ ทรีท’ มีการแต่งตัวเป็นผีไปร่วมงานปาร์ตี้ เล่นเกมทดสอบความกล้า เล่นรอบกอง
ไฟ ผจญภัยในสถานที่สยองขวัญ เล่นพิเรน อ่านเรื่องสยองขวัญ และชมภาพยนต์สยองขวัญ.

            
             วันฮาโลวีนมีจุดกำเนิดมาจากเทศกาลของชาวเซลตคิ โบราณซึ่งรูจั้กในชื่อ Samhain มีที่มาจากชาวไอริชโบราณ ถือกันว่าเป็นวันสนิ้ สุดของฤดูร้อน ซึ่งชาวบริตอนโบราณก็มีประเพณีคล้ายกันนี้ เรียกว่า Calan Gaeaf
             เทศกาล Samhain นั้นมีขึ้นเพื่อฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลตคิอีกด้วย
             เทศกาลนี้ ชนบางกลุ่มก็ใชชื้่อว่า เทศกาลแห่งความตาย (Festival of the dead) ชาวเซลท์ โบราณเชื่อว่าเป็นวันที่โลกนี้ และโลกหน้าโคจรมาอยู่ใกลกั้นมากที่สุด ทำให้เหล่าวิญญาณ ทั้งที่มีอันตรายและไม่มีอันตราย สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ซึ่งวิญญาณของบรรพบุรุษที่เคารพจะไดรั้บการต้อนรับกลับบ้านในขณะที่วิญญาณร้ายจะถูกขับไล่ โดยมีความเชื่อกันว่าการที่จะสามารถขับไล่วิญญาณร้ายได้นั้้น สามารถทำได้ด้วยการสวมชุดและหน้ากากผี ซึ่งมีจุดประสงค์คือการแฝงตัวเป็นวิญญาณร้ายซะเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ในสก๊อตแลนด์ ผู้ชายวัยรุ่นจะแต่งตัวเลียนแบบผีด้วยการสวมชุดขาว สวมหน้ากาก สวมผ้าคลุมหน้าหรือทาหน้าเป็น สีดำเทศกาล Samhain ยังเป็นวันแห่งการตุนอาหารไว้สำหรับฤดูหนาว และมีการเล่นรอบกองไฟในหลายพื้นที่
ไฟและแสงสว่างประเภทอื่นจะถูกดับลง และบ้านแต่ละหลังจะจุดไฟในเตาโดยใช้เชื้อไฟจากกองไฟ ส่วนกระดูก
ของสัตว์ที่ใช้เป็นอาหาร จะถูกโยนเข้าไปในเปลวเพลิงนี้ บางครั้ง กองไฟ 2 กองจะถูกจุดไว้ข้าง ๆ กัน แล้วผู้คน
กับสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารจะเดินวนระหว่างสองกองไฟ ถือเป็นพิธีการชะล้าง

กำเนิดของชื่อ
             คำว่า ฮาโลวีน (Halloween)เดิมทีนั้นสะกดเป็น ฮันโลวีน, ฮัลโลวีน, ฮาโลวีน เป็นคำย่อของคำว่า
Hallows' (ฮอลโลว, ฮาโลว) Even (อีเวน้ ) และคำว่า e'en ก็เป็นคำย่อของคำว่า even ซึ่งย่อมาจากคำว่า
“evening (ค่ำ) ซึ่งเป็ นคำที่มีรากคำมาจากภาษาอังกฤษโบราณ ปัจจุบันเป็นที่รูจั้กในชื่อ “วันอีฟ ออฟ ออลเซ็นต์” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายนช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของพวกนอกรีต ที่สันตะปาปา เกรกอรี่ที่สาม (731–741) และเกรกอรี่ที่สี่ิ (827–844) พยายามจะให้แทนที่เป็นงานฉลองวันหยุดของชาวคริสเตียน (วันออลเซ็นต์) โดยการย้ายจากวันที่ 13 พฤษภาคม เป็น 1 พฤศจิกายน
            ในช่วงศตวรรษที่ 800 โบสถ์ต่าง ๆ ถือเอาวันนี้เป็นวันเริ่มต้นของพระอาทิตย์ตกดินซึ่งถือตามปฏิทิน ฟรอเรนไทน์ ซึ่งแม้ว้า วันออลเซ็นต์ในปัจจุบัน ให้นับเป็นวันที่ถัดจากวันฮาโลวีน 1 วันแล้วก็ตาม แต่การจัดงานฉลองและกิจกรรมต่าง ๆ ของทั้งสองวันนั้น จะทำกันในวันเดียวกัน

สัญลักษณ์/เครื่องหมาย
              ในวันฮาโลวีนอีฟ ชาว เซลท์ โบราณจะแขวนโครงกระดูกไว้ตรงธรณีหน้าต่าง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความตาย ประเพณีนี้มีจุดกำเนิดในยุโรป จะมีการแกะสลักโคมไฟจากหัวผักกาด เพราะมีความเชื่อว่าหัวเป็นส่วนที่มีพลังที่สุดของร่างกาย ประกอบไปด้วยจิตวิญญาณและภูมิความรู้ซึ่งชาวเซลท์ จะใช้ส้วนหัวของผักมาขับไล่วิญญาณร้าย ตำนานของเวลส์ ไอริช และบริททชิ จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหัวที่ทำด้วยทองเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องราวการล่าหัวมนุษย์ที่แพร่หลายในหมู่ชาวเซลทคิ โบราณ ซึ่งมักจะนำเอาหัวที่ล่ามาได้นำไปตอกตะปูตรึงไว้ที่ทับหลังประตู หรือเอาไปวางไว้ข้างเตาไฟ เพื่อประกาศถึงความหลักแหลม ชื่อของแจ็ค โอ แลนเทริ์นมีที่มาจากแจ็ค ชาวนาเฒ่า ขี้ตืด ติดพนัน และขี้เมา เขาหลอกปี ศาจใหิปีนต้นไม้ที่ทำกับดักเป็ นรูปสลักไม้กางเขนไว้ทีลำต้นเพื่อไม่ให้ปีศาจกลับลงมาได้ ปีศาจได้แก้แค้นโดยการสาปแช่งแจ็ค ให้เขาร่อนเร่ไปยามค่ำคืนด้วยไฟดวงเดียวที่เขามี คือมีเทียนเล่มเดียวปักอยู่ในโพรงของหัวผักกาด แต่ในอเมริกาเหนือสามารถหาฟักทองได้ง่ายกว่าหัวผักกาด ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าจึงหันมาแกะสลักฟักทองแทนหัวผักกาด หลายครอบครัวจะฉลองฮาโลวีนโดยการแกะสลักฟักทองเป็นรูปร่างน่ากลัวหรือรูปหน้าตลกแล้วไปวางที่ธรณีประตูในยามมืด ประเพณีการแกะสลักฟักทองเริ่มต้นเข้ามาในอเมริกาเหนือในยุคที่ชาวไอริชประสบภาวะข้าวยากหมากแพง และเกี่ยวเนื่องกับช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวพืชผล ซึ่งประเพณีการแกะสลักนี้ ในช่วงแรกไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลฮาโลวีนเลย จนกระทั่ง กลางถึงปลายศตวรรษที่ 1800

              ภาพรวมของวันฮาโลวีนส่วนใหญ่จะผสมผสานกันระหว่างผลงานของโกธิค และนวนิยายสยองขวัญที่เกี่ยว กับแฟงเคนสไตน์และแดร็คคูล่า เป็นเวลาเกือบศตวรรษแล้วที่ผู้สร้างหนังชาวอเมริกัน ,ศิลปินภาพกราฟฟิกและบริษัทผลิตภาพยนตร์ของอังกฤษ “British Hammer Horror productions” มักผลิต ผลงานสยองขวัญลึกลับออกมา เพราะเมื่อเอ่ยถึงวันฮาโลวีนก็จะต้องเกี่ยวกับความตาย ปีศาจร้าย ตำนานเกี่ยวกับเวทมนต์และอสูรกายในตำนาน ซึ่งตัวละครพื้นฐานดั้งเดิมได้แก่ ซาตาน พญามัจจุราช ภูตผี ปิศาจ ผีดิบ แม่มด ก็อปลินส์ แวมไพร์ ผีดูดเลือด มนุษย์หมาป่า ซอมบี้ โครงกระดูก แมวดำ แมงมุม ค้างคาว นกฮูก นกกา นกแร้ง สัญลักษณ์วันฮาโลวีนในอเมริกาได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์สยองขวัญคลาสสิก ซึ่งมักมีตัวละครจากบทภาพยนตร์ เช่น อสูรกายแฟงเคนสไตน์ และมัมมี่) สภาพอากาศจะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์อันได้แก่ ฟักทอง เปลือกข้าวโพด และหุ่นไล่กา บ้านเรือนต่าง ๆ มักจะประดับตกแต่งด้วยสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ตามที่ได้กล่าวไป ซึ่งสีส้ม และดำเป็นสีประจำเทศกาลฮัลโลวีน

เครื่องแต่งกาย
               เครื่องแต่งกายประจำเทศกาลฮาโลวีน คือแต่งเป็นสัตว์ประหลาด เช่นผีร้าย โครงกระดูก แม่มด และภูต สาเหตุก็เนื่องมาจาก เพื่อต้องการทำใหปิ้ศาจร้ายกลัว ซึ่งการแต่งกายส่วนใหญ่มักจะเอาแบบอย่างมาจากบทประพันธ์มากกว่าที่จะเป็นความเชื่อของท้องถิ่น เช่น ตัวละครต่าง ๆ จากโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และสิ่ง อื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง

เกมส์และกิจ กรรมอื่นๆ
               งานปาร์ตี้ในวันฮาโลวีนมักจะมีการเล่นเกมส์ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในเกมส์ยอดนิยมคือเกมส์แอปเปิลจุ่มน้ำ คือการเอาแอปเปิลไปแช่ไว้ในถังหรือกะละมังแล้วผู้เล่นต้องคาบแอปเปิลออกจากถัง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปการละ
เล่นไปบ้าง เช่น นั่งคุกเข่าบนเก้าอี้ แล้วคาบส้อมไว้แล้วพยายามปล่อยส้อมให้ไปจิ้มบนลูกแอปเปิล ส่วนอีกเกมส์ หนึ่งก็คือการใช้เชือกแขวนน้ำเชื่อมหรือโดนัทแล้ว้ ให้ผู้เล่นกินโดนัทนั้นโดยไม่ใชมื้อ ซึ่งจะทำให้หน้าตาผู้เล่นเปอะเปื้อน บางเกมส์ที่เล่นในวันฮาโลวีนมักจะเป็นไปในทางการทำนายทายทัก เช่นชาวไอริชและสก็อตติชจะทำนาย เนื้อคู่โดยการปอกเปลือกแอปเปิลให้เป็นเส้นยาวโดยไม่ขาดจากกัน แล้วโยนเปลือกนั้นข้ามไหล่ไป เปลือกแอปเปิลนั้นก็จะปรากฎเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อเนื้อคู่ของเรา ซึ่งความเชื่อนี้ ถูกนำเข้ามาจากผูที้่ย้ายถิ่นฐานชาวไอริชและสก็อตตชิ ในแถบชนบทของอเมริกา
               ส่วนความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมา คือ หากผู้หญิงโสดนั่งอยู่ในห้องมืดแล้วเพ่งมองกระจกในคืนวันฮาโลวีน จะปรากฎหน้าเนื้อคู่ให้เห็นในกระจก และหากเห็นเป็นโครงกระดูกแทนที่จะเป็ นรูปหน้าคนก็หมาย ความว่าผู้หญิงคนนั้นจะเสียชีวิตก่อนแต่งงาน ความเชื่อนี้ได้ขยายวงกว้างออกไปจนปรากฎอยู่บนการ์ดอวยพรในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
การเล่าเรื่องผีและการชมภาพยนต์สยองขวัญก็เป็นส่วนหนึ่งในงานปาร์ตี้วันฮาโลวีน ส่วนซีรีย์ชุดที่มีเรื่อง
ราวพิเศษๆ เกี่ยวกับวันฮาโลวีน (มักจะตั้งเป้ากลุ่มผู้ชมที่เป็นเด็ก) มักจะมีการออกอากาศก่อนวันฮาโลวีน ในขณะที่ภาพยนต์สยองขวัญ ส่วนใหญ่จะเข้าโรงและฉายในช่วงก่อนจะถึงวันหยุดฮาโลวีนเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ

อาหาร
               เนื่องจากเป็นฤดูการเก็บเกี่ยวแอปเปิล อมยิ้มแอปเปิลจึงกลายมาเป็นขนมประจำเทศกาล รู้จั้กกันในชื่อของ ทอฟฟี่แอปเปิล ภายนอกอเมริกาเหนือ) อมยิ้มแอปเปิลเคลือบคาราเมล หรือลูกกวาดแอปเปิล กลายเป็นสัญลักษณ์ของ treat ในเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งมีวิธีทำ คือ กลิ้งลูกแอปเปิลบนน้ำเชื่อม บางครั้งก็มีการเพิ่มถั่วเข้าไปด้วย
อีกหนึ่งอาหารของชาวไอริชที่ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ เค้กลูกเกด เป็นเค้ก ผลไม้แบบเบาๆ ซึ่งจะสอด
ไส้ แหวน เหรียญ หรือสิ่งต่างๆเข้าไปก่อนอบ และหากใครกินเข้าไปแล้ว เจอแหวน ก็จะได้พบกับรักแท้ในปี ต่อมาซึ่งจะคล้ายกับประเพณี “King cake” ในเทศกาล Epiphany

-----------------------------------------------------